“แซบ จูดาห์” : นักชกที่เคยส่ง “ฟลอยด์” ไปกองและทำให้ “เดอะ มันนี่” เก่งกว่าเดิม 10 เท่า

bclub99.com : “พริตตี้ บอย” คือฉายาที่มีไว้ให้กับนักมวยที่ขึ้นชก และสามารถเอาชนะด้วยใบหน้าที่ไร้รอยขีดข่วน เปรียบเทียบได้กับการชนะคู่แข่งด้วยการไม่ต้องออกแรงอะไรมากมายนัก และหนึ่งในนักชกที่ได้รับฉายานั้นคือ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ นักชกไร้พ่ายที่ประกาศแขวนนวมไปแล้วในเวลานี้ทว่าเมื่อย้อนไปปี 2006 แฟนมวยทั่วโลกได้เห็น “พริตตี้ บอย” อย่าง ฟลอยด์ ลงไปกองกับพื้น ด้วยฝีมือของนักมวยที่เร็วกว่า, แรงกว่า และแม่นกว่าใน 6 ยกแรกอย่าง แซบ จูดาห์ … ชายที่ “ว่ากันว่า” ส่งฟลอยด์ ลงไปกองกับพื้นถึง 2 ครั้ง 2 ครา ด้วยความที่เป็นนักมวยที่มีคาแร็คเตอร์กวนโอ๊ยและโอหังในการให้สัมภาษณ์แต่ละไฟต์ ดังนั้นนักชกหลายคนพยายามที่จะคว่ำเขาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็น เจนาโร เฮอร์นานเดซ, โฆเซ่ หลุยส์ กาสติโญ่ และ เดอร์มาคัส คอร์ลี่ย์ ด้วย พวกเขาอาจจะสู้ได้ดี และใกล้เคียงกับการโค่นฟลอยด์ แต่มันก็ไม่มากพอ … ในที่สุดคิวของการท้าชิงก็วนมาถึงเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ อย่าง แซบ จูดาห์จูดาห์ และ ฟลอยด์ เป็นเหมือนไก่เห็นตีนงูงูเห็นนมไก่ ทั้งสองรู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดีเพราะเติบโตในวงการมวยยุคเดียวกัน ทั้งคู่เป็นนักชกที่เข้าแคมป์คัดตัวทีมชาติสหรัฐอเมริกาในโอลิมปิกปี 1996 ที่ แอตแลนต้า แต่อยู่คนละรุ่น (จูดาห์ – ไลท์เวลเตอร์เวต, ฟลอยด์ – เฟเธอร์เวต) ซึ่งแม้จูดาห์จะไม่ได้ไปแข่งขันในรอบสุดท้าย แต่เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับเหตุผลที่ทำไม จูดาห์ ถึงค่อนข้างมั่นใจว่า ฟลอยด์ จะได้เจอกับความยากลำบากบนสังเวียนมากที่สุดหากได้ชกกับเขา“ผมรู้จักเขา และเขาก็รู้จักผมดี ช่วงปี 1996 เราเป็นเพื่อนซี้กันเลย มีผม, เขา และ ซาฮีร์ ราฮีม ส่วนตัวผมนั้นมีโอกาสได้เจอกับ ฟลอยด์ บนเวทีประจำในทัวร์นาเมนต์ต่างๆ เขามาจากดีทรอยต์ และผมมาจากนิวยอร์ค” จูดาห์ เล่าถึงความหลังเมื่อครั้งอดีต b

หลังจากที่ทั้งคู่เทิร์นโปรต่างคนต่างก็แยกย้ายไปคนละทาง จูดาห์ นั้นย้ายไปอยู่ภายใต้การดูแลของ ดอน คิง ที่เคยเป็นโปรโมเตอร์ของ มูฮัมหมัด อาลี และ ไมค์ ไทสัน ขณะที่ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ได้เข้าสังกัดของบ็อบ อารัม ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองค่ายถือเป็นศัตรูกันโดยตรง พวกเขาต้องการสร้างแชมป์โลกขึ้นมาเพื่อหาข้อสรุปว่าค่ายไหนกันแน่เป็นค่ายที่ดีกว่ากันตัวของจูดาห์ เทิร์นโปรตั้งแต่ปี 1996 และก่อนจะเจอฟลอยด์ เขาถือครองเข็มขัด IBF รุ่นเวลเตอร์เวท ส่วนฟลอยด์ ขณะนั้นเป็นแชมป์ไร้พ่าย 3 รุ่น เพราะฉะนั้น นี่จึงเป็นอีกหนึ่งไฟต์ยิ่งใหญ่ที่หลายคนรอคอย ทว่าก่อนไฟต์นี้เกิดจุดเปลี่ยนเล็กน้อย เมื่อจูดาห์ ดันไปพลาดท่าแพ้ เสียเข็มขัดแชมป์รุ่นเดียวกันของ WBC ให้กับ คาร์ลอส บัลโดเมียร์ เมื่อต้นปี 2006 ทำให้การชกระหว่างจูดาห์ กับฟลอยด์ ที่เดิมทีวางแผนไว้ในเดือนเมษายนปี 2006 ต้องชะงักลงอย่างไรก็ตาม 2 โปรโมเตอร์ผู้ทรงอิทธิพลนั่งคุยเพื่อหาข้อสรุปของไฟต์นี้กันใหม่ ซึ่งเดิมทีฟลอยด์ จะได้การันตีค่าชกที่ 6 ล้านเหรียญ และจูดาห์ ได้รับการันตี 3 ล้านเหรียญ แต่พอจูดาห์แพ้บัลโดเมียร์ ก่อนหน้านี้ ก็ทำให้มูลค่าของไฟต์ระหว่างเขากับฟลอยด์ลดลง เขายินยอมรับค่าชกเพียง 1 ล้านเหรียญ ขณะที่ฟลอยด์ ได้รับการันตีที่ 5 ล้านเหรียญสหรัฐโดยการชกยังเป็นไปตามกำหนดเดิม แต่นาทีนั้นเขาไม่สนแล้ว เขามั่นใจว่าด้วยสไตล์มวยของเขาจะโค่นล้มฟลอยด์ลงได้ จูดาห์ เริ่มไฟต์ด้วยความร้อนแรง เขาห้าวหาญเปิดยกแรกด้วยการท้าทายจุดเเข็งที่สุดจุดหนึ่งของ ฟลอยด์ นั่นคือ “ความเร็ว” ที่ จูดาห์ ใช้การหลบและดักชก 1-2 จนแฟนๆ ที่ ลาส เวกัส พร้อมใจเฮกันหลายหน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ จูดาห์ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาเร็วกว่าความเร็วที่ว่าแจ๋วและเรียกเสียงฮือฮายังไม่เท่าไฮไลต์ในยกที่ 2 เมื่อ ฟลอยด์ พรวดพราดเข้ามาหมายจะเล่นลำตัวของคู่ชก ทว่ามันเข้ามาในรัศมีของ จูดาห์ ก่อนที่เจ้าตัวจะดักชกด้วยหมัดขวาที่ฟลอยด์ คาดไม่ถึงเข้าเต็มหน้า ก่อนที่ “พริตตี้บอย” จะเซจนเข่าติดพื้น 

อ่านเพิ่มเติม

หลังจากไฟต์ดังกล่าว จูดาห์ พยายามจะหาทางให้ ดอน คิง ตกลงกับ บ็อบ อารัม อีกครั้งเพื่อจัดรีแมตช์ในทันที ทว่าฝั่งของ ฟลอยด์ มองไปที่ก้าวต่อไปแล้ว บ็อบ อารัม บอกว่าไฟต์ต่อไปของ ฟลอยด์ จะเป็นการพบกับ อันโตนิโอ มาร์การิโต้ ที่เขาคาดว่าจะทำเงินจาก Pay Per View มากกว่า (ทว่าสุดท้ายไฟต์ดังกล่าวก็ไม่เกิดขึ้น) ขณะที่ จูดาห์ ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง … สาเหตุก็เพราะ จูดาห์ โดนยึดใบอนุญาตชกมวยเป็นเวลา 1 ปี จากเหตุชลมุนนั้น และยังโดนปรับเงินอีกถึง 350,000 เหรียญ ซึ่งช่วงเวลา 1 ปีที่ห่างหายไป ชีวิตของเจ้าตัวก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่กลับถูกจับจากปัญหาที่มีกับคนในครอบครัว แม้ไม่มีการเปิดเผยสาเหตุว่าหมายจับมาได้อย่างไร แต่นั่นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เขาไม่ฟิตเหมือนเดิม หลังจากพ้นโทษแบน จูดาห์ ขึ้นชกกับ รูเบน กัลวาน ในเดือนเมษายน 2007 ก่อนที่จะต้องยกเลิกไฟต์ดังกล่าวไปเพราะ จูดาห์ ใช้ศอกไปโดนหัวของ กัลวาน จนแตกและไม่สามารถชกต่อไปได้ จากนั้น จูดาห์ เริ่มมีสถิติการชกที่ไม่ดีเหมือนเก่า เขาแพ้ให้กับ มิเกล ค็อตโต้, โจชัว คล็อตตี้ย์, อาเมียร์ ข่าน, แดนนี การ์เซีย และ พอลลี่ มาลิกนาจจี้ ทั้งหมด 5 ไฟต์ในเวลา 6 ปี ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีข่าวฉาวเรื่องการทะเลาะวิวาทในไนท์คลับอีกด้วยขณะที่ ฟลอยด์ นั้นเดินสวนทางอย่างชัดเจน ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ไม่ใช่แค่ “พริตตี้บอย” อีกต่อไปแล้ว หลังจากชนะ จูดาห์ ในไฟต์นั้น ฟลอยด์ ก้าวเป็นนักชกระดับยอดมนุษย์ ที่แทบจะไม่ใกล้เคียงความพ่ายแพ้อีกเลย ซึ่งฉายาของเขาถูกเปลี่ยนเป็น “เดอะ มันนี่” และคงอยู่เสมอมา บ้างก็ว่าเขาหมดสภาพไปเรียบร้อยไปแล้ว ทั้งจากเรื่องของสภาพร่างกายที่ไม่เหมือนเดิม และการปฎิบัติตัวนอกสนามที่มีชีวิตที่สุดเหวี่ยงมากเกินไป ทว่าความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้น แซบ จูดาห์ เพิ่งดวงตาเห็นธรรม และรู้ว่าเขาควรกลับมาตั้งใจฝึกอีกครั้ง หากอยากจะกลับมาเป็นที่รู้จักเหมือนเดิม และยิมที่ที่เขาเข้าไปอยู่ด้วยในช่วงฟื้นฟูไม่ใช่ยิมของใคร … ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ เพื่อนเก่าของเขานั้นเองแม้หลังจากปี 2006 โลกจะรู้จักแต่ เมย์เวทเธอร์ แต่ จูดาห์ นั้นถูกลืม ทว่าความจริงคือ แซบ จูดาห์ คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ ฟลอยด์ โดยตรง เพราะช่วงที่เงียบหายไปเขาทำหน้าที่เป็นคู่ซ้อมของ ฟลอยด์ สำหรับการเตรียมตัวกับไฟต์ใหญ่ๆ และไฟต์ที่เจอกับ แมนนี่ ปาเกียว ในปี 2015 ก็เช่นกัน การฝึกหนักแบบรากเลือดของ ฟลอยด์ เกิดขึ้นพร้อมกับ เเซบ จูดาห์ ที่ฝึกเหมือนกันแทบทุกอย่าง และตัวของจูดาห์บอกเสมอว่ายิ่งเขาใกล้ชิดกับฟลอยด์มากขึ้นเท่าไหร่ อดีตนักชกที่เกือบแพ้เขาคนนี้ก็ยิ่งเก่งขึ้นแบบไม่มีที่สิ้นสุด

อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *