“หนิง ปณิตา” bbet99:ตีตั๋วบินลัดฟาไปทำงานไกลถึงสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส สำหรับนางร้ายตัวแม่แถมยังหอบเพื่อนซี้พาร์ทเนอร์ธุรกิจ อย่าง วุ้นเส้น วิริฒิพา และตัวแทนครอบครัว SEWA โสมดำ ไปฉลอง 9 เดือน 4 แสนขวด
แต่ทว่าล่าสุด! หนิง ปณิตา เจ้าตัวก็ยังมีประเด็นเม้าท์มอยให้ถูกจับตามอง ทั้งกรณีข้อความแฮชแท็กสุดเศร้า ทั้งสถานะครอบครัวที่หลายคนตั้งคำถามว่าจะจบลงที่ทิศทางไหน!? ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้เปิดใจเคลียร์ข้ามทวีปให้บรรดาสื่อได้เข้าใจตรงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อ่านข่าวเพี่มเตีม
“มันเป็นมิวสิควิดีโอที่หนิง มีโอกาสไปร่วมเล่นกับ น้องที เจสเซสเตอร์ ซึ่งหลายคนก็งงว่ารู้จักกันได้ยังไง ต้องบอกว่าก่อนหน้านั้นที่เราเป็นผู้จัดละคร เพลงทุกเพลงน้องจะให้ คำแนะนำเรามาตลอด เพราะเราขอความช่วยเหลือเขามาตลอด จนเขาเขียนเพลงนี้ขึ้นมา จริงๆ เขาลงไปแล้ว มีมิวสิควิดีโอตัวแรกของเขา ออกไปแล้ว และ บังเอิญมันตรงกับเหตุการณ์บางอย่างในชีวิตเรา เขาก็เลยอยากจะให้เราไปเป็นส่วนหนึ่งในพาร์ทหนึ่ง
อ่านข่าวเพี่มเตีม
หลายคนมองว่าภาพขาวดำ และกระแสที่หลายคนสงสัยมันตรงกับชีวิตเรา ?
มันมีบางอย่างที่ตรงกับอินเนอร์ในความรู้สึกเรา และ พอถ่ายมิวสิควิดิโอเสร็จ เราเองก็ร้องเพลงนี้ไปด้วย แล้วก็พูดขำๆ ว่าสิ่งเดียวในชีวิตเลยที่หนิงทำไม่ได้ในวงการบันเทิง ใครให้ทำนะถ้าไม่จำเป็นจริงๆ หรือ จะต้องตอบแทนพระคุณ เราจะไม่ทำก็คือการร้องเพลง แล้วก็รู้สึกว่าในชีวิตอยากมีเพลงเป็นของตัวเองสักเพลง แต่ร้องไม่ได้ เขาเองก็เลยบอกให้ร้องเพลงนี้เลย ก็เดี๋ยวจะมีเวอร์ชั่นของเราอีกหนึ่งเวอร์ชั่น เช่นเดียวกัน
พอลงอะไรที่เศร้าบ่อยๆ หลายคนเลยเป็นห่วงส่งกำลังใจให้เยอะเลย ?
“คือจริงๆ เวลามันมีเรื่องมีราวเข้ามาในชีวิต สิ่งหนึ่งที่เราจำเป็นต้องทำอะไร ไม่ปฏิเสธว่าทุกวันนี้บางคนก็บอกว่าบางทีก็เห็นเรายิ้มแล้ว บางทีก็เห็นเราเศร้า มันก็เป็นไปตามอารมณ์แบบนั้นจริงๆ แต่ความโชคดีของเราคือมีเพื่อนที่อยู่รอบตัวที่ดีมากๆ พร้อมที่จะซัพพอร์ตเอนเตอร์เทน และเราก็โชคดีว่า ณ วันนี้เรามีงานที่ดีนอกจากจะต้องทำละครเรื่องใหม่แล้ว ก็ยังมีธุรกิจในส่วนของเซวา ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าพาตัวแทนไปเที่ยว จริงๆทั้งหมดทั้งมวลสิ่งเหล่านี้ธุรกิจมันเป็นตัวสร้างพลังกลับมาให้เรา
ตัวแทนเป็นคนสร้างพลังให้กับเราหลายๆ อย่างกลับมาให้เรา เพราะที่เขาขายของไม่ได้ เขาอยากได้พลังกับเรา เราเป็นพลังให้เขาทำงานได้ แต่พอวันที่เราล้มเชื่อไหมว่าคนที่ไม่รู้จักกันแค่เป็นตัวแทนขายของ แต่พลังที่เขาให้กลับมามันเป็นพลังที่ทำให้เราทำงานได้ แล้วมันก็ทำให้เรามีความสุขในแต่ละวัน หนิงรู้สึกว่าชีวิตคนเราในแต่ละวันมันเจออะไรแย่ๆ มันต้องหันกลับมามองตัวเอง แล้วว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิต ณ วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตคือลูก สำคัญที่สุดจะปฎิเสธไม่ได้ว่าการเป็นแม่คน ความมั่นคงของลูกในอนาคตจะเกิดขึ้นจากอะไรบ้าง มันก็เลยเป็นแรงผักดันให้เราพยายามทำงาน
แต่ความโชคดีของเราคือมี วุ้นเส้น-ปุ๊ก (เพื่อนที่ทำธุรกิจ) ซึ่งเข้ามาในช่วงจังหวะเวลาที่เรารู้สึกว่าคนภายนอกอาจจะมองว่าเรามั่นคงแล้ว เรามีเงินซึ่งเราก็ไม่ปฏิเสธ แต่เราก็ต้องการที่จะมั่นคงมากกว่านี้ คนเป็นแม่จะเข้าใจ เรามีเพื่อนมีตัวแทนที่คอยสร้างพลัง และที่สำคัญที่สุดมันเหมือนงานที่เรากำลังทำ นโยบายของพวกเขาหรือของเราเองมันจะมีอะไรที่เหมือนกัน เพราะพวกเราผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านประสบการณ์ที่มันแย่ๆ ล้มลุกคลุกคลาน กว่าเราจะมายืนตรงนี้ได้เราได้รับกำลังใจจากทุกคน ดังนั้นงานที่สร้างขึ้นมันต้องเป็นงานที่นอกจากเราได้เงินเราต้องสร้างคนด้วย เพราะการสร้างคนมันสำคัญมากๆ เพราะเราไม่สามารถมีชีวิตอยู่คนเดียวได้ แต่พอเราทำงานที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคน แน่นอนที่สุดเวลาเราเศร้าเขาก็ต้องให้พลังเรา เวลาเขาเศร้าเราก็ให้พลังเขา มันก็จะเป็นอารมณ์ดีๆ เศร้าๆ สวิงไปมา เรียกว่ามีสติทุกจังหวะของการก้าวเดิน”
ปัญหาครอบครัวที่มีก่อนหน้านี้ ตอนเป็นยังไงบ้าง สถานการณ์ดีขึ้นหรือยัง ?
“ตอนนี้ทั้งหมดทั้งมวลที่มันจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะยังไงก็ให้มันเป็นเวย์ของใครจะเข้าใจแบบไหน แต่สำหรับเราเราทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว และเราก็โอเคที่สุด”




